พระไตรปิฎกฉบับเขียน
จีนเป็นชาติที่รู้จักทำกระดาษใช้เขียนหนังสือ
แต่ยุคราชวงศ์ฮั่น
คือประมาณร่วม ๒,๐๐๐ ปีมาแล้ว
เมื่อพระพุทธศาสนาแพร่หลายเข้าไป
การแปลคัมภีร์แปลกันเป็นระยะๆ
มากบ้างน้อยบ้าง
มิได้แปลทีเดียวหมดทั้งไตรปิฎก
พุทธบริษัทจีนก็ต้องคัดลอกคัมภีร์ที่แปลแล้วไว้ในกระดาษบ้าง
จารึกไว้ในแผ่นไม้บ้าง
เพื่อศึกษาเล่าเรียนและเก็บรักษา
ครั้นลุถึงแผ่นดินพระเจ้าเหลียงบูเต้แห่งราชวงศ์เหลียง
เมื่อ พ.ศ. ๑๐๖๑
มีพระราชโองการให้
ชำระรวบรวมพระไตรปิฎกเท่าที่แปลแล้ว
และพวกปกรณ์วิเศษ
ได้จำนวนรวม ๑,๔๓๓ คัมภีร์
จำนวนผูกได้ ๓,๗๔๑ ผูก
ต่อมาในสมัยวงศ์งุ่ย
ชำระหนหนึ่ง, สมัยวงศ์บักชี้
หน หนึ่ง, สมัยวงศ์ซุ้ย ๓ หน,
สมัยวงศ์ถัง ๙ หน
มีลำดับดังนี้
๑.
แผ่นดินพระเจ้าถังไทจง
ศักราชเจ็งกวน ปีที่ ๙ (พ.ศ.
๑๑๖๙) จำนวน ๗๓๙ คัมภีร์ ๒,๗๑๒
ผูก
๒.
แผ่นดินพระเจ้าถังเกาจง
ศักราชเฮี่ยนเข่ง ปีที่ ๔ (พ.ศ.
๑๒๐๒) จำนวน ๘๐๐ คัมภีร์ ๓,๓๖๑
ผูก
๓.
แผ่นดินพระเจ้าถังเกาจงอีกเหมือนกัน
ศักราชลิ่นเต็ก ปีที่ ๑ (พ.ศ.
๑๒๐๗) จำนวน ๘๑๖ คัมภีร์ ๔,๐๖๖
ผูก
๔.
แผ่นดินจักรพรรดินีบูเช็กเทียน
ศักราชบ้วนส่วย ปีที่ ๑ (พ.ศ.
๑๒๓๘) จำนวน ๘๖๐ คัมภีร์ ๓,๙๒๙
ผูก
๕.
แผ่นดินพระเจ้าถังเฮียงจง
ศักราชไคหงวน ปีที่ ๑๘ (พ.ศ.
๑๒๗๓) จำนวน ๑,๐๗๖ คัมภีร์ ๕,๐๔๘
ผูก
๖.
แผ่นดินพระเจ้าถังเต็กจง
ศักราชเฮงหงวน ปีที่ ๑ (พ.ศ.
๑๓๒๗) จำนวน ๑,๑๔๗ คัมภีร์ ๕,๐๔๙
ผูก
๗.
แผ่นดินถังพระเจ้าถังเต็กจงอีกเหมือนกัน
ศักราชเจ็งหงวน ปีที่ ๑๑ (พ.ศ.
๑๓๓๘) จำนวน ๑,๒๔๓ คัมภีร์ ๕,๓๙๓
ผูก
๘.
แผ่นดินพระเจ้าถังเต็กจงดุจกัน
ศักราชเจ็งหงวน ปีที่ ๑๕ (พ.ศ. ๑,๓๔๒)
จำนวน ๑,๒๕๘ คัมภีร์ ๕,๓๙๐ ผูก
๙.
สมัยวงศ์ถังภาคใต้
ศักราชเปาไต๋ ปีที่ ๓ (พ.ศ. ๑๔๘๘)
จำนวน ๑,๒๑๔ คัมภีร์ ๕,๔๒๑ ผูก
รวมการชำระรวบรวมพระไตรปิฎกฉบับเขียน
๑๕ ครั้ง
พระไตรปิฎกฉบับพิมพ์
จีนเป็นชาติแรกในโลกที่คิดการพิมพ์หนังสือได้ในราวต้นพุทธศตวรรษที่
๗ สมัย ราชวงศ์ฮั่น
เริ่มแรกมีผู้คิดใช้วิธีอัดก๊อปปี้
จากตัวอักขระที่จารึกไว้บนแผ่นหินหรือแผ่นไม้ก่อน
ต่อมาพัฒนาการเจริญขึ้นตามลำดับใช้วิธีแกะเป็นตัวนูนบนแผ่นไม้แล้วใช้หมึกทาเอา
กระดาษนาบพิมพ์ติดหนังสือขึ้นมา
ครั้นต่อมาวิชาพิมพ์ก้าวหน้าจนถึงแกะตัวพิมพ์ได้
เมื่อปรารถนาจะพิมพ์ก็ใช้วิธีเรียงตัวพิมพ์เอา
ซึ่งมีกำเนิดขึ้นในราวสมัยราชวงศ์ซ้อง
แต่มาเจริญแพร่หลายต่อสมัยราชวงศ์หงวนและเหม็ง
วิชาการพิมพ์ของจีน
เช่นวิธีนาบพิมพ์
แม้จะมีมาก่อนสมัยถัง
คัมภีร์ทางพระพุทธศาสนาก็ยังนิยมใช้คัดลอกกัน
ครั้นลุสมัยถังในหมู่พุทธบริษัทนิยมพิมพ์ภาพพระพุทธรูป,
พระโพธิสัตว์ไว้ในแผ่นกระดาษบูชาต่อมาจึงได้
พิมพ์พระสูตรบางเอกเทศขึ้น
ปรากฏว่าเอกสารพิมพ์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก
คือพระสูตรของพระพุทธศาสนา
ชื่อวัชรปรัชญาปารมิตาสูตร (ผู้เขียนแปลเป็นไทยแล้ว)
มิสเตอร์สติน
นักขุดค้นพบโบราณวัตถุค้นพบพระสูตรพิมพ์นี้ในถ้ำแห่งหนึ่งของเมืองต้นฮอง
มณฑลกานสู เมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๐
ปัจจุบันตันฉบับเก็บรักษาอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ลอนดอน
ในหนังสือเล่มนี้มี
ข้อความบอกถึงอายุดังนี้ ศักราชฮัมทงปีที่
๙ เดือน ๔ วันที่ ๑๕ เฮ่งกาย (ชื่อคน)
สร้าง ขึ้นเป็นธรรมทานอุทิศ
บูชาแด่บิดามารดาทั้งสอง
ศักราชฮัมทงปีที่ ๙ ตรงกับ พ.ศ.
๑๔๑๑
คือประมาณพันกว่าปีมาแล้ว
ถึงกระนั้นตลอดสมัยวงศ์ถัง
ก็ยังมิได้มีการพิมพ์พระไตรปิฎกขึ้นตราบลุถึง
สมัยวงศ์ซ้อง
๑.
ในสมัยราชวงศ์ซ้อง
พระเจ้าซ้องไทโจ๊วฮ่องเต้ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์
เมื่อศักราชไคเป้าปีที่ ๔ (พ.ศ.
๑๕๑๔)
มีพระราชโองการให้ขุนนางผู้ใหญ่ชื่อเตียช่งสิ่ง
ไปชำระรวบรวมพิมพ์พระไตรปิฎกที่มณฑลเสฉวน
พระไตรปิฎกฉบับนี้มาแล้วเสร็จเมื่อรัชสมัย
พระเจ้าซ้องไทจง พ.ศ. ๑๕๒๖
กินเวลา ๑๒ ปี เรียกว่า พระไตรปิฎกฉบับไคเป้า
นับ
เป็นปฐมพระไตรปิฎกฉบับพิมพ์ที่เก่าแก่ที่สุดของโลกพระพุทธศาสนาทั้งฝ่ายเถรวาทและมหายาน
พระไตรปิฎกฉบับภาษาบาลีของฝ่ายเถรวาทที่ตีพิมพ์เก่าที่สุด
(ไม่ใช่จารึกหรือ คัดลอก)
ตามที่ข้าพเจ้าทราบ คือ
พระไตรปิฎกฉบับพิมพ์ของไทย
เมื่อรัชกาลที่ ๕ พ.ศ. ๒๔๓๑
ช้ากว่าของจีน ๙๑๗ ปี
พระไตรปิฎกฉบับไคเป้ามีคัมภีร์
๑,๐๗๖ คัมภีร์ ๕,๐๔๗ ผูก
แต่หายสาบสูญเสียมากกว่ามาก
เหลือเพียงข้อความกระท่อนกระแท่นบางคัมภีร์เท่านั้น
๒.
พระไตรปิฎกฉบับเคอร์ตานจั๋ง
พิมพ์โดยพระราชโองการกษัตริย์เคอร์ตาน
ซึ่งเป็นเตอร์กพวกหนึ่ง
ปกครองดินแดนทางใต้ของมานจูเรียและจีนเหนือ
พระไตรปิฎกพิมพ์
ด้วยอักษรจีนเมื่อพุทธศตวรรษที่
๑๕ บัดนี้สาบสูญกันหมดแล้ว
๓.
พระไตรปิฎกฉบับกิมจั๋ง
พิมพ์ครั้งราชวงศ์กิมซึ่งเป็นตาดอีกพวกหนึ่งยึดครอง
จีนเหนือ พิมพ์เมื่อ พ.ศ. ๑๖๙๑-๑๗๑๖
ใช้อักษรจีนเหมือนกัน
ยังมีคัมภีร์เหลืออยู่ ณ
บัดนี้ ๔,๙๕๐ ผูก
ค้นพบที่วัดกวางเซ่งยี่
มณฑลชานสี
๔.
พระไตรปิฎกฉบับช่งหลิงบ้วนซิ่งจั๋ง
ในรัชสมัยพระเจ้าซ้องสิ่นจง
สมณะชงจิง วัดตังเสี่ยงยี่
เมืองฟูจิว
บอกบุญเรี่ยไรพิมพ์ขึ้นเมื่อ
พ.ศ. ๑๖๒๓-๑๖๔๗
มีการพิมพ์เติมต่อมาอีกหลายหนสำหรับฉบับนี้
รวมจำนวน ๖,๔๓๔ ผูก
ปัจจุบันกระจัดกระจายหมด
๕.
พระไตรปิฎกฉบับพีลู้จั๋ง
ในรัชสมัยพระเจ้าซ้องฮุยจง
สมณะปุงหงอวัดไคหงวน
ยี่เมืองฟูจิว
บอกบุญเรี่ยไรพิมพ์ขึ้น
เมื่อ พ.ศ. ๑๖๕๘-๑๖๙๓ มี ๖,๑๑๗
ผูก
ยังมีฉบับเหลืออยู่ที่ญี่ปุ่น
๖.
พระไตรปิฎกฉบับซือเคยอิ้กั๋กจั๋ง
ในรัชสมัยพระเจ้าซ้องเกาจง
พุทธบริษัทชาวฮูจิว
พิมพ์เมื่อ พ.ศ. ๑๖๗๕ มีจำนวน ๑,๔๒๑
คัมภีร์ ๕,๔๘๐ ผูก
ยังมีฉบับสมบูรณ์อยู่ที่ญี่ปุ่น
๗.
พระไตรปิฎกฉบับซือเคยจือฮกจั๋ง
ประมาณเวลาพิมพ์ราวปลายพุทธศตวรรษที่
๑๖ คงเหลือบางส่วนเท่านั้น
๘.
พระไตรปิฎกฉบับจีซาจั๋ง
พิมพ์ราว พ.ศ. ๑๗๗๔ มี ๑,๕๓๒
คัมภีร์ ๖,๓๖๒ ผูก
สมัยวงศ์หงวน
๑.
พระไตรปิฎกฉบับโพหลิงจั๋ง
เมื่อ พ.ศ. ๑๘๒๑ สมณะเต้าอัง
วัดโพหลิง
มณฑลจีเกียงบอกบุญเรี่ยไรพิมพ์ขึ้น
มี ๑,๔๒๒ คัมภีร์ ๖,๐๑๐ ผูก
ยังเหลือบริบูรณ์ที่ประเทศญี่ปุ่น
๒.
พระไตรปิฎกฉบับห่งหวบจั๋ง
แผ่นดินพระเจ้าหงวนสีโจ๊วฮ่องเต้
(คือ กุบลาย ข่าน)
ศักราชจีหงวนปีที่ ๑๔ (พ.ศ.
๑๘๒๐)
มีพระราชโองการให้ชำระพิมพ์ขึ้น
ถึง พ.ศ. ๑๘๓๗ จึงแล้วเสร็จ มี ๑,๖๕๔
คัมภีร์ ๗,๑๘๒ ผูก
ฉบับนี้หายสาบสูญแล้ว
สมัยวงศ์เหม็ง
๑.
พระไตรปิฎกฉบับน่ำจั๋ง
แผ่นดินพระเจ้าเหม็งโจ๊วฮ่องเต้
ศักราชห่งบู๊ปีที่ ๕ (พ.ศ. ๑๙๑๕)
มีพระราชโองการให้ชำระพิมพ์ขึ้นที่นครนานกิง
มี ๑,๖๑๐ คัมภีร์ ๖,๓๓๑ ผูก
ยังอยู่บริบูรณ์ดี
๒.
พระไตรปิฎกฉบับปักจั๋ง
แผ่นดินพระเจ้าเหม็งเซ่งโจ๊ว
ศักราชยงลัก ปีที่ ๘ (พ.ศ. ๑๙๕๓)
มีพระราชโองการให้ชำระพิมพ์ขึ้นที่นครปักกิ่ง
มาแล้วเสร็จในปี พ.ศ. ๑๙๘๔ มี ๖,๓๖๑
ผูก ยังอยู่บริบูรณ์ดี
๓.
พระไตรปิฎกฉบับบูลิ้มจั๋ง
พิมพ์เมื่อ พ.ศ. ๒๐๖๕-๒๑๐๙
ฉบับนี้มิได้ร่องรอยที่ละเอียด
๔.
พระไตรปิฎกฉบับแกซันจั๋ง
พิมพ์เมื่อ พ.ศ. ๒๐๓๒-๒๒๒๐ มี ๑,๖๕๔
คัมภีร์ ๖,๙๕๖ ผูก
ฉบับนี้ยังมีเหลืออยู่ส่วนมาก
สมัยวงศ์เช็ง
๑.
พระไตรปิฎกฉบับเล่งจั๋ง
แผ่นดินพระเจ้าย่งเจ็ง ปีที่
๑๓ (พ.ศ. ๒๑๗๘)
มีพระราชโองการให้ชำระพิมพ์ที่กรุงปักกิ่ง
มาแล้วบริบูรณ์ในแผ่นดินพระเจ้าเคี่ยนหลง
ปีที่ ๓ (พ.ศ. ๒๒๘๑) มีจำนวน ๑,๖๖๐
คัมภีร์
๒.
พระไตรปิฎกฉบับแปะนั่มจั๋ง
แผ่นดินพระเจ้าท่งตี้ ปีที่ ๕
(พ.ศ. ๒๔๐๙) นาย ยินซัน
อุบาสกคนสำคัญในสมัยนั้นบอกบุญเรี่ยไรชำระพิมพ์ขึ้นที่นานกิง
ฉบับนี้ยังไม่สมบูรณ์
๓.
พระไตรปิฎกฉบับพิงแคจั๋ง
แผ่นดินพระเจ้าซวนท้ง (กษัตริย์องค์สุดท้ายของ
วงศ์แมนจู) ปีที่ ๑ (พ.ศ. ๒๔๕๒)
พุทธบริษัทชาวเมืองเซี่ยงไฮ้จัดพิมพ์ขึ้นมาแล้วเสร็จเมื่อ
ศักราชปับลิก คือ มิ่นก๊ก
ปีที่ ๒ (พ.ศ. ๒๔๕๗) มีจำนวน ๑,๙๑๖
คัมภีร์ ๘,๔๑๖ ผูก
สมัยสาธารณรัฐรีปับลิก
๑.
พระไตรปิฎกฉบับซกจั๋ง ศักราชมิ่นก๊ก
ปีที่ ๑๑ (พ.ศ. ๒๔๖๕)
สำนักพิมพ์ชางวู เมืองเซี่ยงไฮ้
จัดพิมพ์ มีจำนวน ๑,๗๕๗
คัมภีร์ ๗,๑๔๘ ผูก
๒.
พระไตรปิฎกฉบับจีซาจั๋ง
ศักราชมิ่นก๊ก ปีที่ ๒๒ (พ.ศ.
๒๔๗๖) นายพล จูจือ เฉียว และเยกุงเจา
รองประธานสภาสอบไล่ได้นำคณะพุทธบริษัทจัดการถ่ายพิมพ์พระไตรปิฎกฉบับจีซาน
ครั้งราชวงศ์ซ้อง
ซึ่งค้นพบที่วัดไคหงวนยี่
และวัดออหลุงยี่ มณฑลเซียมซี
พิมพ์ที่เมืองเซี่ยงไฮ้
กินเวลา ๓ ปีก็เสร็จ พิมพ์ ๕๐๐
จบๆ ละ ๕๙๑ เล่มสมุด
พระไตรปิฎกฉบับนี้ในปี พ.ศ.
๒๔๗๙ ท่านสมณาจารย์ไท้สู
และคณะพุทธบริษัทแห่งประเทศจีน
ได้มอบเป็นบรรณาการแก่รัฐบาลไทย
โดยส่งผ่านพุทธศาสนสมาคมตงฮั้วในกรุงเทพฯ
เป็นผู้มอบ
เวลานี้เก็บรักษาอยู่ในหอพระสมุดแห่งชาติ
นอกจากนี้
ยังมีการถ่ายพิมพ์พระไตรปิฎกฉบับเล่งจั๋ง
และฉบับอื่นอีกบ้าง
จนลุถึงสมัยรัฐบาลคณะชาติ
ย้ายมาอยู่เกาะไต้หวัน ในปี พ.ศ.
๒๔๙๘
พุทธบริษัทจีนซึ่งมีสำนักวัฒนธรรมแห่งประเทศจีนเป็นหัวหน้า
ดำเนินการถ่ายพิมพ์พระไตรปิฎกฉบับไดโชซิของ
ญี่ปุ่นขึ้นใหม่
ดังที่มีอยู่แล้วในหอสมุดสภาการศึกษามหามกุฏฯ
วัดบวรนิเวศวิหาร และ
มหาจุฬาลงกรณฯ วัดมหาธาตุ
แต่มิได้ถ่ายพิมพ์เหมือนฉบับไดโช
โดยสมบูรณ์ ได้ตัดบางส่วนออก
ต่างประเทศที่ได้รับอารยธรรมจากจีนก็มีเกาหลี,
ญี่ปุ่นเป็นต้น
ต่างก็อาศัยฉบับพระไตรปิฎกจีนเป็นต้นฉบับพิมพ์เลียนแบบขึ้นบ้าง
เช่น
ประเทศเกาหลีปรากฏว่าพระไตรปิฎก
๓ ฉบับๆ แรกเริ่มพิมพ์เมื่อ พ.ศ.
๑๕๕๔
ช้ากว่าฉบับแรกของจีนพิมพ์ครั้งต้นวงศ์
ซ้อง ๔๐ ปี ประเทศญี่ปุ่นมี ๙
ฉบับๆ แรกเริ่มพิมพ์เมื่อ พ.ศ.
๒๑๘๐
ช้ากว่าฉบับแรกของจีนพิมพ์ครั้งต้นวงศ์ซ็องถึง
๖๖๖ ปี
ช้ากว่าฉบับแรกของเกาหลี ๖๒๖
ปี แต่ญี่ปุ่นเจริญก้าว
หน้าในด้านค้นคว้ารวบรวมปกรณ์วิเศษ,
อรรถกถา, ฎีกาต่างๆ
ยิ่งกว่าจีนและเกาหลี ในปี พ.ศ.
๒๔๖๒ ศาสตราจารย์ตากากุสุ
พร้อมด้วยนักปราชญ์ชาวญี่ปุ่นหลายท่านร่วมกันชำระ
รวบรวมพิมพ์พระไตรปิฎกใหม่มาแล้วเสร็จเมื่อ
พ.ศ. ๒๔๗๕ห้ชื่อว่าฉบับ ไดโช
มีความ
วิจิตรพิสดารมโหฬารพันลึกอุดมสะพรึบพร้อมด้วยนานาปกรณ์
ไม่มีพระไตรปิฎกฉบับใดในโลก
ทั้งฝ่ายมหายานเถรวาทจะเทียบได้
ได้รวบรวมทั้งคันถะต่างๆ
ของบรรดาคณาจารย์
ฝ่ายจีนและญี่ปุ่นทุกคณะทุกนิกายไว้หมด
มี ๓๐๕ ปกรณ์ ๑๑,๙๗๐ ผูก
พิมพ์เป็นสมุด
หนาใหญ่ขนาดเอนไซโคลปีเดีย
๑๐๐ เล่ม
พระไตรปิฎกฉบับนี้ในประเทศไทยมีอยู่
๔ แห่ง ด้วยกัน
เท่าที่ผู้เขียนเรียนรู้คือ
ที่วัดโพธิ์เย็น (โพยิ่นยี)
อำเภอท่ามะกา กาญจนบุรีแห่ง
หนึ่ง ที่วัดทิพยวารีวิหาร (กัมโล่ยี่)
กรุงเทพฯ แห่งหนึ่ง
ที่สมาคมพุทธบริษัทไทยจีนประชา
กรุงเทพฯ อีกแห่งหนึ่ง
และเป็นสมบัติส่วนบุคคลของห้างเบ๊จูลิบ
กรุงเทพฯ อีกแห่งหนึ่ง
วงการพุทธศาสนาของญี่ปุ่นยังก้าวหน้าไปอีกคือ
ยังได้พิมพ์พระไตรปิฎกฉบับอักษรญี่ปุ่น
ขึ้นและยังได้แปลพระไตรปิฎกภาษาบาลีของฝ่ายเถรวาทออกเป็นภาษาญี่ปุ่น
พิมพ์ขึ้นแพร่หลายก่อนสงครามโลกครั้งที่
๒ อีกด้วย
นับว่าพุทธบริษัทฝ่ายมหายานเขาเอาใจใส่ในเรื่องการศึกษาพระพุทธศาสนาอย่างกว้างขวางไม่จำกัดในเรื่องลัทธินิกาย
ควรที่จะ
เป็นเนตติของพุทธบริษัทฝ่ายเถรวาทบ้าง
อันที่จริงคลังปริยัติของฝ่ายเถรวาทก็มีอุดม
สะพรึบพร้อมด้วยนานาคันถะไม่น้อยกว่าของฝ่ายมหายาน
แต่เราไม่คิดรวบรวม
ไม่มีผู้ใดจะสนใจศึกษาพวกปกรณ์วิเศษและคันถะต่างๆ
เหล่านี้
ปล่อยให้กระจัดกระจายตกหล่น
สูญหาย ปกรณ์สำคัญๆ เช่น
อภิธรรมมาวตารเนตติปกรณ์เป็นต้น
ในวงการปริยัติของไทย
ไม่มีใครสนใจ
เรารู้จักกันแต่วิสุทธิมรรค,
อภิธรรมมัตถสังคหกับอภิธรรมมัตถวิภาวินี
และ มิลินทปัญหาและปรมัตถมัญชุสาเท่านั้น
พม่าก็มี คณาจารย์ไทยก็มี
ซึ่งประมวลกันเข้าแล้ว
มากมายไม่ต้องอายฝ่ายมหายาน
เราไม่รับรู้ไม่คิดสนใจ
ไม่คิดรวบรวม
ปล่อยให้เพชรน้ำ
หนึ่งเหล่านี้จมดินจมทรายหมด
ถ้าสามารถจะเป็นไปได้
กล่าวคือ
พุทธบริษัทในกลุ่มประเทศเถรวาท
๕ ประเทศ มีไทย, ลังกา, พม่า,
เขมร และลาว
ตั้งคณะกรรมการชำระ
รวบรวมอรรถกถา, ฎีกา,
โยชนาและปกรณ์วิเศษต่างๆ
ที่แต่งเป็นภาษาบาลี
หรือภาษา ของชาตินั้นๆ
รวบรวมเข้าไว้เป็นภาคผนวกของบาลีพระไตรปิฎกเรียกว่า
คลังพระปริยัติ
ธรรมฝ่ายเถรวาท
ก็จักเป็นงานเชิดหน้าชูตาเทียมบ่าเทียมไหล่กับพระไตรปิฎกฉบับไดโช
ของฝ่ายมหายานได้
และถ้ารวมคลังปริยัติธรรมทั้งสองฝ่ายเข้าไว้
ก็เป็นมหาธรรมสาครอันยิ่งใหญ่นักหนา
ไม่มีศาสนาลัทธิใดในโลก
ที่จะมีความมหัศจรรย์วิจิตรพิสดารสะพรั่งด้วยตำรับตำราถึงขนาดนี้เลย
E-mail : books@mahamakuta.inet.co.th
มูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย
ในพระบรมราชูปถัมภ์
241 ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ
เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
โทร. (66) 02-6291417 ต่อ 106 , 2811085 Fax. (66) 02-6294015
หน้าภาษาอังกฤษ
|
หน้าภาษาไทย
|
รายการหนังสือธรรมจักษุ
|
รายชื่อหนังสือธรรมะภาษาอังกฤษ
| รายชื่อหนังสือธรรมะภาษาไทย
พระพุทธศาสนาในประเทศไทย
|
ความรู้เรื่องพระไตรปิฎก
| สิ่งพิมพ์ภาษาไทย
| ประวัติมูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัยฯ
|
ธรรมศึกษา