ธรรมศึกษา
พระนิพนธ์สมเด็จพระญาณสังวร
สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
ความสุขในท่ามกลางความทุกข์
พุทธศาสนสุภาษิตที่แปลความว่า
ปัญญาเป็นเครื่องวินิจฉัยสิ่งที่ฟังแล้ว
ปัญญา
เป็นเครื่องเพิ่มพูนเกียรติคุณและชื่อเสียง
คนผู้ประกอบด้วยปัญญาในโลกนี้
แม้ใน
ความทุกข์ก็หาความสุขได้
พุทธศาสนสุภาษิตนี้แสดงถึงความสำคัญอย่างยิ่งของปัญญา
ปัญญาเป็นเครื่อง
วินิจฉัยสิ่งที่ฟังแล้ว
ก็คือ
เมื่อได้ยินได้ฟังเกี่ยวกับผู้ใด
เกี่ยวกับเรื่องใด
เกี่ยวกับสิ่งใด
เกี่ยวกับอะไร ต้องใช้ปัญญา
คือพิจารณาด้วยเหตุผล
จึงจะสามารถตัดสินได้ถูกว่ามีความจริงหรือไม่จริง
คือมีความถูกต้องหรือไม่ถูกต้องเกี่ยวกับผู้นั้นเรื่องนั้นอย่างไร
ตนเองควร
เกี่ยวข้องกับผู้นั้นเรื่องนั้นอย่างไรหรือไม่
ผู้บอกเล่ามีเจตนาอย่างไรต่อผู้ถูกกล่าวถึง
ต่อเรื่องราวที่นำมากล่าว
และมีเจตนาอย่างไรต่อผู้ฟังเองด้วย
อันเสียงบอกเล่าที่เกี่ยวกับอะไรก็ตาม
เกี่ยวกับผู้ใดสิ่งใดก็ตาม
จะเกิดผลแก่ผู้ฟังอย่างไรต้องมีปัญ
ญาเป็นความสำคัญ ผู้บอกเล่า
ย่อมจะบอกเล่าไปตามปัญญาของตนไปตามเจตนาของตน
ตนเข้าใจอย่างไรบางที
ก็บอกเล่าไปตามความเข้าใจ
ซึ่งอาจมีทั้งเข้าใจถูกต้องและเข้าใจผิดพลาด
การบอกเล่าจึง
มีผิดถูกตามความเข้าใจด้วยเช่นกัน
แต่บางทีก็มีเจตนาบิดเบือนบอกเล่าไปเสียอีกอย่างหนึ่ง
ผู้ฟังจึงต้องอาศัยปัญญาของตนเป็นสำคัญ
ต้องมีความฉลาดมีเหตุผลในการฟัง
จึง
จะได้ความเข้าใจในเรื่องราวที่ได้ฟังนั้นถูกต้อง
และความเข้าใจที่ถูกต้องเท่านั้นที่จะ
สามารถนำให้ปฎิบัติได้ถูกต้องด้วย
ถ้าเข้าใจผิดก็จักปฏิบัติผิดเป็นธรรมดา
อันการปฏิบัติ
ถูกเป็นความสำคัญ
เพราะจะไม่ก่อให้เกิดโทษภัย
ตรงกันข้าม
การปฏิบัติผิดจะก่อให้เกิด
โทษภัยได้ ปัญญาจึงสำคัญนัก
ปัญญาเป็นเครื่องเพิ่มพูนเกียรติคุณและชื่อเสียง
เมื่อปัญญานำให้ปฏิบัติถูก
ไม่
ว่าจะในเรื่องเล็กเรื่องใหญ่
เรื่องสำคัญหรือไม่สำคัญก็ตาม
ผลดีย่อมเกิดตามความปฏิบัติ
ถูกนั้น
ดังที่กล่าวว่าเป็นเครื่องเพิ่มพูนเกียรติคุณและชื่อเสียง
อันการเสียชื่อเสียงของผู้นั้น
ผู้นี้ก็เป็นที่ปรากฎแล้วว่าเกิดจากความขาดปัญญา
หรือปัญญาไม่ขาดแต่ประมาทปัญญา
คือปัญญามีอยู่แต่มิได้นำออกใช้
ไปหลงเชื่อปัญญาผู้อื่น
ไปเชื่อว่าคนนั้นคนนี้รู้ดีรู้จริงแล้ว
ก็เชื่อไปตามที่เขาบอกว่ารู้
ไปเชื่อว่าคนนั้นคนนี้เป็นคนดีมีปัญญาน่าจะเชื่อความคิดเห็น
ของเขาได้ แล้วก็เชื่อ
ไปเชื่อว่าคนนั้นคนนี้เรารู้จักมานานแต่ครั้งปูย่าตายาย
แล้วก็เชื่อเขา
เชื่อไปโดยไม่ใช้ปัญญาของตนเอง
ถ้าบังเอิญเป็นเรื่องดี
ได้ผลดี ก็พอใช้ได้
พอผ่านไปด้วย ดี
แต่ถึงอย่างไรก็ตาม
ความบังเอิญไม่ใช่ความแน่นอน
ผู้มีปัญญาไม่พึงยินดีในความบังเอิญ
ผู้มีปัญญาพึงยินดีในความถูกต้อง
อันให้ผลแน่นอนตามเหตุเท่านั้น
อันปัญญานั้น
ต้องได้รับความยกย่องจากเจ้าตัวต้องไม่ประมาท
ประมาทปัญญาก็เช่นเดียวกับดูถูก
ปัญญาของตัวนั่นเอง
เมื่อไปเชื่อปัญญาคนอื่นโดยไม่คำนึงถึงปัญญาของตัวเอง
ก็เท่ากับดู
ถูกปัญญาของตัวนั่นเอง
ไม่ว่าจะทำสิ่งใด
ทั้งด้วยกาย วาจา ใจ
ปัญญาเป็นความจำเป็น
อย่าประมาทปัญญาทั้งในการคิด
ในการพูด ในการทำ
นั่นก็คือก่อนจะคิดก่อนจะพูดก่อนจะทำ
ต้องใช้ปัญญาใคร่ครวญให้รอบคอบว่าคิดพูดทำเช่นนั้นแล้ว
จะเกิดผลดีหรือผลเสีย
แม้ในการให้
ซึ่งน่าจะเป็นการดี
ก็ยังต้องไม่ประมาทปัญญา
ต้องรู้จักใช้ปัญญาในการให้
มีเหตุผลว่าควรจะให้อะไรแก่ผู้ใดเพียงไร
ไม่เช่นนั้น การให้
ซึ่งน่าจะเป็นการดี ก็ยังอาจ
เป็นความไม่ดีไปได้
การให้ความเชื่อเป็นสิ่งสำคัญที่สุดประการหนึ่ง
จึงอย่าให้ความเชื่อ
แก่ผู้ใด หรือแก่เรื่องใด
อย่างไม่ใช้ปัญญา
ไม่พิจารณาเหตุผล
แม้แต่การทำบุญ ซึ่งน่าจะ
มีผลดีสถานเดียว
ก็ยังเกิดผลไม่ดีได้ถ้าผู้ทำไม่ใช้ปัญญา
ความไม่ใช้ปัญญาในการให้หรือ
ในการทำบุญย่อมก่อความเดือดร้อนได้
บางทีก็มีเตือนว่าอย่ายื่นอาวุธให้โจร
ซึ่งมีความ หมายลึกซึ้งกว่า
อย่าส่งปืนผาหน้าไม้ให้โจรจริงๆ
คนผู้ประกอบด้วยปัญญาในโลกนี้
แม้
ในความทุกข์ก็หาความสุขได้
นี่ยิ่งแสดงให้เห็นความสำคัญที่สุดของปัญญา
ความสุขเป็น
ยอดปรารถนาของมนุษย์ทั้งปวง
แต่ความสุขก็เป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่ง
โดยเฉพาะสำหรับผู้มี
ปัญญาน้อย หรือผู้ไม่มีปัญญา
แต่ผู้มีปัญญาสามารถหาความสุขได้
สามารถมีความสุขแม้
ขณะอยู่ในท่ามกลางของความทุกข์ด้วยเพราะปัญญาเลิศล้ำ
พระพุทธเจ้าทรงพบบรมสุข
ทรงเสวยบรมสุข
ในท่ามกลางความทุกข์มากมายหนักนักหนาของผู้คนที่แวดล้อม
ด้วย
พระปัญญาทำให้ทรงเห็นโทษของกิเลสตัณหา
สามารถหนีพ้น
มิต้องหลงพบความทุกข์ทั้ง ๆ
ที่ทรงอยู่ในความทุกข์ท่วมท้นของคนไม่มีปัญญาทั้งหลาย
ปัญญามีความสำคัญถึงเพียง
นี้จริง
จึงควรอบรมปัญญากันให้อย่างยิ่ง
และการเจริญของปัญญานั้นจำเป็นต้องมีจิตใจที่
สงบ
ไม่เอนเอียงด้วยอำนาจของอคติ
พยายามทำใจให้เป็นกลางอยู่กับจุดใดจุดหนึ่ง
เช่น พุทโธ ใจที่อยู่กับพุทโธมากเท่าไร
จะสงบมากเท่านั้น
ปัญญาจะเกิดได้โดยควรแก่ความสงบของใจ
เป็นบุญยิ่งใหญ่
เป็นเหตุแห่งความสุขในท่ามกลางความทุกข์
books@mahamakuta.inet.co.th
มูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย
ในพระบรมราชูปถัมภ์
241 ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ
เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
โทร. (66) 02-6291417 ต่อ (106) , 2811085 Fax. (66) 02-6294015