ธรรมศึกษา
พระนิพนธ์สมเด็จพระญาณสังวร
สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
เครื่องหมายแห่งคนดี
ทุกคนสมควรเป็นผู้ได้รับความกตัญญูกตเวที
และทุกคนควรเป็นผู้มีความ
กตัญญูกตเวที
ไม่มีคนใดเลยที่ยกเว้น
ที่ว่าทุกคนสมควรเป็นผู้ได้รับความกตัญญูกตเวที
ก็
เพราะอย่างน้อยทุกคนต้องเคยทำคุณต่อผู้อื่นแน่นอน
ไม่ต่อคนนั้นก็ต่อคนนี้
ไม่มากก็น้อย
แม้จะเป็นผู้ที่เป็นคนพาลเป็นคนชั่วร้ายเหลวไหลมากมายสักเพียงไหนก็ตาม
ก็ต้องเคยได้
ทำคุณความดีมีบุญคุณต่อผู้ใดผู้หนึ่งต่อพวกใดพวกหนึ่งมาแล้ว
เป็นต้นว่าต่อบุตรธิดาหรือ
ต่อผู้ที่ตนรักชอบ
ซึ่งคงเป็นที่ยอมรับทั่วกันว่า
คือผู้ใดเป็นที่รักชอบของตน
จะเป็นลูกหลาน
พี่น้องหรือไม่ก็ตาม
ตนก็ย่อมจะช่วยเหลือเกื้อกูลเท่าที่มีโอกาสมีความสามารถ
นั่นคือบุญคุณ เป็นบุญคุณ
ที่สมควรได้รับความกตัญญูกตเวทีจากผู้ได้รับประโยชน์เกื้อกูล
บุญคุณนั้น
เป็นสิ่งที่คนดีสำนึกอยู่ด้วยความกตัญญู
และคนดีย่อมแสดงกตเวทีด้วยการตอบแทนทุก
โอกาสและเต็มความสามารถ
คือทุกคนต้องเป็นทั้งผู้มีคุณและผู้ต้องตอบแทนคุณ
ทุกคนจึง
ไม่มีการได้เปรียบเสียเปรียบอยู่ทุกเวลา
เสียอยู่ก็แต่ที่ว่าไม่ทุกคนไปที่ยอมรับความจริงทั้งสองประการ
ไปยอมรับเอาแต่ว่าตนเป็นผู้สมควรได้รับกตัญญูกตเวที
มิได้ยอมรับว่าตนเอง
ก็เป็นผู้ต้องมีกตัญญูกตเวทีด้วย
จะเป็นคนดีได้ต้องพร้อมด้วยความสมควรแก่กตัญญูกตเวที
และมีกตัญญูกตเวทีด้วย
พุทธศาสนสุภาษิตที่แปลความว่า
ความกตัญญูกตเวทีเป็นเครื่องหมายของคนดี
ไม่ควรตีความหมายของพุทธศาสนสุภาษิตนี้เพียงระดับเดียว
คือความสำนึกในพระคุณ
และตอบแทนพระคุณท่านเท่านั้น
แต่ควรตีความหมายให้ครบสองระดับด้วย
คือความเป็น
ผู้สมควรได้รับกตัญญูกตเวทีด้วย
สรุปก็คือต้องเป็นคนดีด้วยความกตัญญูกตเวที
ทั้งสม
ควรแก่ความกตัญญูกตเวทีของผู้อื่น
และทั้งมีความกตัญญูกตเวทีต่อผู้อื่นครบสองนัยคือ
ทำคุณด้วยและตอบแทนคุณด้วยมีกตัญญูกตเวทีครบองค์ทั้งสองจึงเป็นคนดีสมบูรณ์
ความเดือดร้อนวุ่นวายที่เกิดมีอยู่มากมายนั้น
แม้พิจารณาให้ลึกซึ้งจริงแล้วก็เห็น
ได้ว่ามีเหตุมาจากความไม่มีกตัญญูกตเวทีเหมือนกัน
และน่าจะเป็นเหตุสำคัญเสียด้วยซ้ำ
อันผู้จะทำความไม่ดีได้นั้นจะต้องเป็นผู้ขาดความกตัญญูกตเวทีแน่นอน
แม้ว่าจะไม่รู้ตัวว่า
การทำไม่ดีทั้งหลายเกิดจากความที่ขาดกตัญญูกตเวที
พึงพิจารณาให้เข้าใจว่าความกตัญญู
กตเวทีทำให้คนไม่ทำความไม่ดีอย่างไร
ที่จริงไม่ใช่เรื่องลี้ลับลึกซึ้ง
เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ง่ายๆ
การทำไม่ดีของใครก็ตาม
ย่อมกระทบกระเทือนใครต่อใครได้มากหลาย
โดยเฉพาะ
จะกระทบกระเทือนมารดาบิดาและผู้ที่ห่วงใยมีน้ำใจเมตตาปรารถนาดีต่อเรา
ท่านเหล่านั้น กล่าวได้ว่า
เป็นผู้มีคุณควรแก่ความกตัญญูกตเวทีของเรา
ถ้านึกถึงพระคุณของท่าน
นึกให้ตลอดไปถึงความกระทบกระเทือนที่ท่านจะได้รับคือเราทำไม่ดีก็จะไม่อาจทำความไม่ดีได้
ถ้าเราเป็นคนดีมีกตัญญูกตเวที
แต่ถ้าเป็นคนไม่ดี
ไม่มีกตัญญูกตเวที
ก็จะไม่นึกถึงพระ คุณใคร
ไม่สนใจว่าจะเป็นเหตุให้ผู้มีพระคุณต้องกระทบกระเทือนเดือดร้อนเพียงไรหรือไม่
ลูกที่ทำไม่ดี
ไม่ว่ามากน้อยหนักเบา
ล้วนแสดงความไม่มีกตัญญูกตเวทีต่อมารดาบิดา
ทั้งนั้น
เพราะไม่มีมารดาบิดาคนไหนที่จะมีความสบายใจได้เมื่อลูกไปทำความไม่ดีไม่งาม
ยิ่งเป็นความผิดที่หนักที่รุนแรง
ความทุกข์ของมารดาบิดาก็จะยิ่งมากขึ้นเป็นนักหนา
ในทางตรงกันข้าม
ถ้าลูกทำดีได้ดี
มารดาบิดาจะมีความสุขความสบายใจ
เป็นความดีมากเพียงไร
ความสุขสบายใจของมารดาบิดาจะยิ่งมากขึ้นเพียงนั้น
ที่ยกตัวอย่างมารดาบิดากับบุตรธิดาเป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น
ผู้ทำคุณมียิ่งกว่ามารดาบิดา
สถาบันสำคัญต่าง ๆ
ล้วนเป็นที่ทรงคุณ
มีพระคุณอย่างกว้างขวาง
เพียงมี
กตัญญูกตเวทีต่อมารดาบิดาเท่านั้นก็จะเป็นกตัญญูกตเวทีสูงขึ้นไปกว้างไกลออกไป
ครอบคลุมถึงเป็นการแสดงกตัญญูตเวทีต่อสถาบันชาติศาสนาพระมหากษัตริย์
พึงมีสติพิจารณา ให้รอบคอบ
มีสติยับยั้งเมื่อจะทำความไม่ดีไม่งามใด
ๆ ให้คิดให้ทันว่า
นั่นจะเป็นความไม่มีกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ
จะทำให้ท่านเดือดร้อน
และความเดือดร้อนนั้นจะเป็น
ความเย็นของตนเองไม่ได้
คนในสกุลเดียวกัน
ในบ้านเดียวกัน
ในประเทศชาติเดียวกัน
คนเดียวเป็นคนไม่ดี
ทำความไม่ดี คนร่วมสกุล
ร่วมบ้าน ร่วมประเทศชาติ
ย่อมมีความ
เดือดร้อนร่วมด้วยในความไม่ดีนั้น
ตัวอย่างก็มีให้เห็นอยู่ชัดๆ
ทั่วไป คนไม่ดีคนเดียวทำ
ความเดือดร้อนให้กว้างไกลนัก
ในทำนองตรงกันข้าม
คนดีคนเดียวทำความร่มเย็นให้อย่างยิ่ง
งานไม่ดีที่ใหญ่ยิ่งทั้งหลายมีคนไม่ดีเป็นผู้นำเพียงคนเดียว
ก็สามารถทำงานได้สำเร็จ ใน
ทำนองตรงกันข้าม
งานดีที่ใหญ่ยิ่งทั้งหลายมีคนดีเป็นผู้นำเพียงคนเดียวก็สามารถทำงานได้
สำเร็จ คนทำงานไม่ดีสำเร็จ
ทำความเสื่อมเสียให้เกิดแก่ชาติสกุล
กล่าวได้ว่าเป็นคน
อกตัญญูต่อชาติสกุล
คนทำงานดีสำเร็จทำชาติสกุลให้รุ่งเรืองมีชื่อเสียงเกียรติยศ
กล่าวได้ว่า
เป็นคนกตัญญูต่อชาติสกุล
ได้เคยกล่าวอยู่เสมอมาว่า
ประเทศชาติ ศาสนาพระมหากษัตริย
์คือมารดาบิดาผู้ยิ่งใหญ่ของทุกคนผู้ร่วมชาติศาสนาพระมหากษัตริย์
คือประเทศ
ให้ที่อาศัยเกิดและอยู่
เช่นมารดาให้ท้องเป็นที่เกิดที่อาศัย
ศาสนาให้การอบรมสั่งสอนดีงาม
เซ่น มารดา บิดา
พระมหากษัตริย์ให้ความคุ้มครองรักษาเช่นเดียวกับบิดา
มารดา แต่ทั้ง ชาติ ศาสนา
พระมหากษัตริย์
เป็นมารดาบิดาที่ยิ่งใหญ่เหนือมารดาบิดาทั่วไป
เพราะทรงคุณ
ยิ่งใหญ่กว่าทั้งการให้ที่เกิดที่อยู่
ก็ใหญ่ยิ่งกว่า
ให้การอบรมสั่งสอนก็เลิศยิ่งกว่า
ให้การคุ้ม
ครองพิทักษ์รักษาก็ด้วยบรมเดชานุภาพที่เหนือกว่าทุกประการ
น่าจะพากันคำนึงถึงความจริงนี้ให้มาก
ให้เสมอ
และแสดงกตัญญูกตเวทีตอบให้อย่างยิ่งทั่วกัน
ก็มิใช่ด้วยการทำอะไร
ที่ยากลำบากนักหนา
เพียงแต่ทำตัวให้เป็นคนคิดดีพูดดีทำดีเท่านั้นก็เพียงพอ
และแม้จะพากันตั้งใจว่าต่อแต่นี้เป็นต้นไป
แม้ยังคิดดีพูดดีทำดีไม่ได้มาก่อน
ก็จะเริ่มทำให้ได้ตั้งแต่บัดนี้
เพียงการตั้งใจจริงดังกล่าวก็จะเป็นบุญเป็นกุศลแล้ว
books@mahamakuta.inet.co.th
มูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย
ในพระบรมราชูปถัมภ์
241 ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ
เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
โทร. (66) 02-6291417 ต่อ (106) , 2811085 Fax. (66) 02-6294015