ธรรมศึกษา
พระนิพนธ์สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

คุณและโทษของทิฐิ

           ทิฐิที่หมายถึงความเห็นย่อมมีอยู่ในความรู้สึกนึกคิดของทุกคน ไม่มียกเว้นว่าเป็น คนโง่หรือคนฉลาด คนดีหรือคนชั่ว แต่ทิฐิคือความเห็นของทุกคนไม่เหมือนกัน มีแตกต่างกัน แบ่งออกเป็นประเภทใหญ่ ๒ ประเภท คือความเห็นผิดหนึ่ง ความเห็นชอบหนึ่ง ความเห็นผิดเป็นมิจฉาทิฐิ ความเห็นชอบเป็นสัมมาทิฐิ
           ทิฐิเป็นจุดเริ่มต้นของการคิดการพูดการทำทุกอย่าง ถ้าไม่มีทิฐิแล้วการสืบเนื่องย่อมไม่มี ทบทวนดูถึงอะไรๆ ที่เกิดขึ้นแล้วกับชีวิตของเราเองทุกคน ก็จะเห็นได้ว่าจุดเริ่มต้นคือ ทิฐิ คือต้องเริ่มมีความเห็นเสียก่อนว่านั่นดีนั่นชั่ว นั่นควรทำอย่างนั้น นั่นควรทำอย่างนี้ ต่อ จากนั้นจึงจะลงมือปฏิบัติการต่างๆ ให้เป็นไปอย่างที่ตนรู้สึกว่าเหมาะควรกับบุคคลหรือกับสิ่ง กับเรื่องที่ตนมีความเห็นอย่างนั้นแล้ว ทิฐิจึงเป็นคุณอย่างยิ่งถ้าเป็นสัมมาทิฐิ และเป็น โทษอย่างยิ่งถ้าเป็นมิจฉาทิฐิ
           ผู้ที่ทำความผิดร้ายทั้งหลายเป็นต้นว่าปล้นฆ่า จะต้องเริ่มด้วยมีมิจฉาทิฐิความเห็น ผิดอย่างแน่นอน คือจะต้องเริ่มต้นมีความเห็นว่าการทำเช่นนั้นเป็นการสมควรที่ตนพึงจะทำ แม้จะผิดกฎหมาย แต่การทำผิดกฎหมายนั้น ถ้าตนจะได้ประโยชน์คุ้มกันก็น่าทำ และก็เห็นผิดไปว่าตนมีเล่ห์เหลี่ยมกลอุบายสูงพอ ทำแล้วกฎหมายจับไม่ได้ ลงโทษไม่ได้ ผู้ร้ายฆ่าปิดปากทั้งหลายที่ปรากฏเป็นข่าวอยู่เสมอๆ มีมิจฉาทิฐิความเห็นผิดเป็นมูลเหตุอย่างแน่นอน คือต้องเห็นว่าฆ่าเจ้าทุกข์เสียแล้ว ก็ไม่มีทางที่จะรู้ได้ว่าตนเป็นผู้ร้าย นี่เป็นมิจฉาทิฐิ แท้ๆ นำไปสู่ความผิดความไม่ชอบแม้ผู้ที่ไม่ได้ลงมือทำผิดนั้นด้วยตนเอง แต่ทุกคนย่อม สามารถคำนึงถึงความรู้สึกของผู้ร้ายฆ่าคนได้ ทุกคนประมาณว่า ผู้ร้ายฆ่าคนตายจะมีความ ทรมานเพียงไร เร่าร้อนเพียงไร เป็นโทษที่แม้จะไม่ใช่โทษของบ้านเมือง แต่ก็เป็นโทษทางใจที่หนัก และโทษที่หนักนี้ จะเกิดไม่ได้แม้ไม่มีมิจฉาทิฐิเห็นผิดไปว่าตนได้ประโยชน์ยิ่งกว่า โทษ
           ทำสัมมาทิฐิคือความเห็นชอบให้เกิดไว้เถิด ใช้ปัญญาพิจารณาให้รอบคอบเถิด และ อย่าตกเป็นทาสของมิจฉาทิฐิ อย่าเห็นแก่ความเป็นใหญ่ได้หน้าได้ลาภได้ยศของตนเอง เพราะการเห็นว่าสิ่งเหล่านั้นสำคัญจนเกินไปนั้นเป็นมิจฉาทิฐิ ความเห็นผิด จักก่อให้เกิด ทางดำเนินที่ผิด การโกงกินลักโขมยปล้นจี้ทั้งหลายเกิดจากความเห็นไม่ชอบว่าเงินมีค่า เหนือความสุจริต อันที่จริงความสุจริตมีค่าเหนือเงิน และความสุจริตไม่ใช่ว่าจะทำให้ยากไร้ แม้ผู้สุจริตคนใดจะยากไร้ แต่ก็ไม่ได้เกิดจากความสุจริต ความสุจริตที่ประกอบด้วยความ ขยันหมั่นเพียรปฏิบัติให้ถูกให้ควร จักเป็นทางให้พ้นจากความยากไร้ได้เงินย่อมเกิดขึ้นได้ แก่ผู้สุจริตทีขยันหมั่นเพียรโดยชอบ เงินไม่ได้เกิดจากความทุจริตอย่างเดียว ตรงกันข้าม ความยากไร้ย่อมเกิดได้จากความทุจริต ผู้ที่ถูกยึดทรัพย์เมื่อความทุจริตปรากฏขึ้น ก็เป็นที่รู้เห็นกันอยู่ ผู้ที่ต้องรับโทษตามกฎหมาย มีเงินก็เหมือนไม่มีเงิน เพราะความไม่สุจริต ก็เป็น ที่รู้เห็นกันอยู่มากมาย ถ้ามีสัมมาทิฐิแล้ว ความทุจริตย่อมไม่เกิดโทษที่จะเกิดจากความ ทุจริตย่อมไม่มีโทษของความทุจริตนั้นไม่เกิดแต่กับผู้ประพฤติเท่านั้น แต่ย่อมเกิดกว้างใหญ่ ่ไปถึงผู้เกี่ยวข้องทั้งหลายด้วย ก็เพราะดังกล่าวแล้ว คนดีคนเดียวย่อมยังความสุขให้ เกิดได้กว้างไกลและคนชั่วคนเดียวก็ย่อมก่อให้เกิดความทุกข์ได้อย่างยิ่ง


books@mahamakuta.inet.co.th
มูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์
241 ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
โทร. (66) 02-6291417 ต่อ (106) , 2811085  Fax. (66) 02-6294015

[กลับ]

หน้าไทย

หน้าอังกฤษ