ธรรมศึกษา
พระนิพนธ์สมเด็จพระญาณสังวร
สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
ความปรารถนาที่สมหมายได้ยาก
พระพุทธศาสนายกความปรารถนาของบุคคลในโลกที่ได้สมหมายด้วยยากขึ้นกล่าวไว้ว่ามี
๔ อย่าง คือ
๑.
ปรารถนาขอให้สมบัติจงเกิดมีแก่เราโดยทางที่ชอบ
๒.
ปรารถนาขอให้ยศจงเกิดมีแก่เรากับญาติพวกพ้อง
๓.
ปรารถนาขอให้เราจงรักษาอายุให้ยืนนาน
๔.
เมื่อสิ้นชีพแล้ว
ขอเราจงไปบังเกิดในสวรรค์
ความปรารถนาทั้ง ๔ อย่างนี้
โดยมากมักจะตั้งปรารถนาด้วยกันแทบทุกคน
โดยที่
ไม่ได้พิจารณาให้เห็นว่าเป็นสิ่งที่จักได้สมหมายง่ายหรือยากเพียงใด
และแม้พิจารณาก็
ย่อมจักเห็นได้ว่าเป็นสิ่งที่จะได้สมหมายด้วยยาก
เหตุผลที่ยกขึ้นพิจารณาจะทำให้เห็นได้
ง่ายและเห็นได้ชัดเจนก็คือ
แม้ความปรารถนานั้นจักสมหมายได้ด้วยง่ายแล้ว
ความผิดหวัง
ย่อมไม่เกิดแก่ผู้ใดทั้งสิ้น
ทุกคนย่อมมีแต่ความสมหวัง
โลกนี้ย่อมเต็มไปด้วยคนมั่งคั่ง
สมบูรณ์ด้วยสมบัติ ด้วยยศฐาบรรดาศักดิ์
ทุกคนย่อมมีอายุยืนนานเป็นคนแก่คนเฒ่าด้วยกัน
คนตายน่าจะไม่มีเพราะต่างก็จะต้องรักษาอายุยืนนานที่สุดเท่าที่ปรารถนาต้องการ
และ
เรื่องความต้องการมีอายุยืนนานเป็นธรรมดาอยู่แล้ว
ที่จะไม่มีผู้ใดปรารถนาจะหมดอายุ
แม้
จะแก่เฒ่าเพียงไรก็ยังปรารถนาจะให้อายุยืนยาวไปไม่สิ้นสุด
ความปรารถนาข้อที่ ๔ คือ
ความปรารถนาเมื่อสิ้นชีพแล้วขอให้ไปบังเกิดในสวรรค์
ก็เช่นกัน
ไม่ใช่สิ่งจะเป็นไปได้ตาม
ปรารถนา
แม้ว่าไม่ประกอบด้วยเหตุอันสมควรแก่ผล
อย่างไรก็ตาม
พระพุทธศาสนาไม่ได้ทำให้เกิดความท้อแท้
เมื่อเห็นว่าความ
ปรารถนาดังกล่าวเป็นไปสมหมายได้ด้วยยาก
พระพุทธเจ้าทรงเป็นพระบรมศาสดาที่ไม่เคย
ทอดทิ้งผู้ใดให้ตกอยู่ในความผิดหวังท้อแท้มืดมน
เมื่อทรงชี้สภาพที่แท้จริงให้เห็นแล้ว
ก็
จะทรงชี้ทางให้พ้นจากสภาพนั้นขึ้นสู่สภาพที่ดีกว่าเสมอ
สำคัญเพียงว่า
ผู้ใดจะปฏิบัติตามที่
ทรงชี้ทางให้หรือไม่เพียงใดเท่านั้น
ผู้ใดปฏิบัติตามหรือกล่าวอีกอย่างหนึ่งว่าดำเนินไปตามทางที่ทรงชี้
ย่อมถึงจุดมุ่งหมายได้โดยควรแก่การปฏิบัติดำเนิน
เมื่อทรงแสดงความปรารถนาของบุคคลในโลกที่ได้สมหมายด้วยยาก
๔ ประการข้างต้นแล้ว
ก็ได้ทรงแสดงธรรมเป็นเหตุให้สมหมาย
๔
อย่างควบคู่กันเพื่อขจัดความผิดหวังท้อ
แท้ ธรรมเหตุให้สมหมาย ๔
อย่างคือ
๑.
สัทธาสัมปทา
ถึงพร้อมด้วยศรัทธา
๒. สีลสัมปทา
ถึงพร้อมด้วยศีล
๓ จาคสัมปทา
ถึงพร้อมด้วยบริจาคทาน
๔.
ปัญญาสัมปทา
ถึงพร้อมด้วยปัญญา
สัทธาสัมปทา
ถึงพร้อมด้วยศรัทธาคือ
ความเชื่อความเลื่อมใส
เป็นข้อสำคัญอย่างยิ่ง
อันจะนำให้ธรรมข้ออื่นเกิดได้ไม่ยาก
หรือเกิดได้โดยง่าย
เมื่อมีความเชื่อความเลื่อมใส
คือความศรัทธาในผู้ใดสิ่งใด
ย่อมพร้อมจะปฏิบัติตามผู้นั้นสิ่งนั้น
ศรัทธาในพระพุทธศาสนา
เป็นศรัทธาที่สำคัญที่สุด
เหนือศรัทธาทั้งหลาย
มีคุณยิ่งใหญ่เหนือศรัทธาในสิ่งอื่น
แต่ศรัทธาในพระพุทธศาสนาก็ยังจำเป็นตัองประกอบด้วยความถึงพร้อมด้วยปัญญา
แม้ไม่ถึงพร้อมด้วยปัญญา
ศรัทธาก็เป็นโทษได้โดยง่ายเหมือนดังปรากฏอยู่เสมอในศรัทธาที่
ปราศจากปัญญาของคนบางพวกบางคณะ
ศรัทธาที่ประกอบด้วยปัญญานั้นกล่าวไม่ผิดคือ
ปัญญาในพระพุทธศาสนา
ในพระพุทธเจ้า
เชื่อตามที่ทรงสั่งสอน
ความเชื่อนี้จะทำให้รักษา
ศีล บริจาคทาน
เพราะทรงสอนให้รักษาศีลให้บริจาคทาน
และเมื่อรักษาศีลบริจาคทานแล้ว
ผลแห่งศีลแห่งทานซึ่งมีจริง
ย่อมส่งให้ได้บรรลุความสำเร็จมุ่งหมาย
ผู้รักษาศีลย่อมได้ โภคะ
มีสมบัติ มียศ มีอายุ
และเมื่อสิ้นชีพแล้วย่อมไปบังเกิดในภพภูมิที่ดี
ที่เป็นสุคติภพ
จะเรียกว่าบังเกิดในสวรรค์ก็ไม่ผิด
ผู้บริจาคทานก็เช่นเดียวกันย่อมได้สมบัติทั้งปวงอันปรารถนา
ความสมปรารถนาดังกล่าว
ผู้ไม่มีศรัทธาประกอบด้วยปัญญา
ย่อมยากจะเชื่อว่าจัก
เป็นไปได้จริง
เมื่อไม่มีศรัทธา ไม่เชื่อ
ก็ย่อมไม่สมปรารถนา
เพราะย่อมไม่รักษาศีล ไม่
บริจาคทาน
นั่นก็คือไม่ทำเหตุอันจักให้เกิดผลเป็นความสมหมาย
ขอให้พิจารณาความปรารถนาของตน
ว่ามีความปรารถนา ๔ อย่าง
ที่ยกมากล่าวข้างต้น
อันเป็นความปรารถนาที่ได้สมหมายด้วยยากหรือไม่
แม้มีก็ขอให้อบรมธรรมเหตุ
ให้ สมปรารถนา ๔
อย่างที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้แจ้งชัดแล้วด้วยพระมหากรุณานั้น
books@mahamakuta.inet.co.th
มูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย
ในพระบรมราชูปถัมภ์
241 ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ
เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
โทร. (66) 02-6291417 ต่อ (106) , 2811085 Fax. (66) 02-6294015